Global Rich Club เอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับสมาชิก?

คำถามหลักที่ทุกคนอยากรู้?


                   
วันนี้มาเล่าถึงระบบการจ่ายเงินของ Global Rich Club  ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจทราบว่า Global Rich Club มีผลกำไรจากการทำอะไร แล้วเอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับสมาชิก!  นี่คือประเด็นที่ทุกคนอยากรู้ว่า   ทำไมจ่ายมาก  จริงหรือหลอกกันแน่  ลองมาฟังกันค่ะ
             
Global Rich Club มีผลกำไรจากการทำอะไร แล้วเอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับสมาชิก? แน่นอนที่สุดเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัย  ดิฉันจะสร้างความกระจ่างให้ทุกคนค่ะ ก่อนอื่นอยากให้ทุกคนนึกถึงการที่เราเอาเงินไปฝากกับธนาคารกันนะคะ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวและจะทำให้มองเห็นภาพกันชัดขึ้น เมื่อเราเอาเงินไปฝากกับธนาคาร หากธนาคารเอาเงินของเราไปเก็บไว้เฉยๆ ธนาคารก็จะไม่มีเงินมาจ่ายเป็นดอกเบี้ยให้เราใช่มั้ยคะ ดังนั้นธนาคารจึงเอาเงินฝากของลูกค้าไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย เพื่อเกิดผลกำไรและนำกลับมาจ่ายเป็นดอกเบี้ยให้เราค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การให้สินเชื่อเงินกู้ต่างๆแก่ลูกค้า ธนาคารก็จะได้รับกำไรจากเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกค้าที่กู้เงินกับทาง ธนาคาร เป็นต้นค่ะ

             ทีนี้เรากลับมาดูธุรกิจโกลบอลริชคลับ    กันค่ะ  เมื่อก่อนนั้นโกลบอลริชคลับ  เป็นบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกาค่ะ นำลูกค้าจากทางยุโรปมาเที่ยวในแถบเอเชีย ทำให้บริษัท เป็นพันธมิตรกับโรงแรมมากมายในแถบเอเชีย ด้วยความมั่นคงและความน่าเชื่อมั่นของบริษัท จึงทำให้โรงแรมชั้นนำระดับ 3-5 ดาว ในแถบเอเชีย พร้อมขายห้องพักให้ในอัตราที่ถูกลงกว่าอัตราปกติค่ะ ดังนั้น โกลบอลริชคลับ จึงมีรายได้และผลกำไรมาจ่ายให้กับสมาชิกดังนี้ค่ะ



รายรับแรก จะเห็นได้ว่าเมื่อเราลงทุน กับGRC 1 รหัสสมาชิกนั้น เราต้องจ่ายค่าสมาชิก 7,500 บาท และเราก็จะได้รับแพ็คเก็ตที่พักโรงแรม 3 คืน 4 วันใช่มั้ยคะ ซึ่งโดยปกตินั้นโรมแรม 3-5 ดาว ที่GRC จัดไว้ให้เราเลือกนั้น จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อห้องต่อคืนอยู่ที่ 3,000 บาทหรืออาจจะมากกว่านี้ค่ะ แต่โดยความเป็นจริงแล้ว GRC สามารถซื้อห้องพักได้ในอัตราที่ถูกลงกว่านั้นตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นค่ะ ซึ่ง 3 คืน 4 วัน GRC จ่ายให้โรงแรมไม่ถึง 7,500 บาทค่ะ เงินส่วนต่างที่เหลือตรงนั้น คือกำไรก้อนแรกที่ GRC ได้รับค่ะ และที่มากไปกว่านั้นสมาชิกบางคนที่ตัดสินใจลงทุนกับGRC หวังเพื่อให้มีรายได้จากการทำธุรกิจ โดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ที่พักของโรงแรมก็มีจำนวนมาก   GRC จึงได้รับเงินค่าสมาชิก1 รหัส ทั้งหมด 7,500 บาทโดยไม่ต้องไปจ่ายค่าโรงแรม (กำไร 100%) ยกตัวอย่างง่ายๆ คือทีมงานคนไทยหลายคน ที่ลงรหัสกับ GRC มากกว่า 20 รหัส ซึ่งได้รับแพ็คเก็ตที่พักมากกว่า 20 แพ็คเก็ต ซึ่งเค้าใช้สิทธิ์นั้นไม่หมดแน่นอนค่ะในเวลา 1 ปี

รายรับถัดมา ปัจจุบันสมาชิก GRC มีอยู่ทั่วโลก เฉพาะในส่วนของประเทศไทย  ปัจจุบันมีรหัสสมาชิกของ GRC มากกว่า 10,000 รหัสแล้วนะคะ  (7,500 X 10,000 = 75,000,000) มีกระดานมากกว่า 3000- 4000 กระดาน ซึ่งแต่ละกระดานไม่ได้เต็มและแตกจนมีรายได้พร้อมกัน GRC จึงไม่ได้ใช้เงินจำนวนมากจ่ายรายได้ให้กับสมาชิกในแต่ละวันพร้อมๆกัน ซึ่งถ้าสมาชิกผ่านกระดานแรกหรือกระดานส้มจะมีรายได้ $400 และถ้าผ่านกระดานที่ 2 หรือกระดานม่วงจะมีรายได้ $8,000 ซึ่งความจริงเงิน $400 ในต่างประเทศก็ไม่ได้มากอะไรจ่ายได้แค่เพียงค่าอาหารเพียงไม่กี่มื้อ แต่ที่คนไทยจะดูว่าเป็นเงินจำนวนมากเพราะเราต้องเอาเงินเค้ามาคูณด้วยค่า เงินบาท   ซึ่งปัจจุบัน $400 ก็ประมาณ15,000 บาท   $8,000 ก็ประมาณ 300,000 บาท ดังนั้น GRC จึงมีเงินเหลืออยู่ในบริษัท ซึ่ง GRC ก็นำไปลงทุนในธุรกิจอื่นๆ  ให้เงินนั้นงอกเงยออกดอกออกผลเพิ่มขึ้นและนำมาจ่ายเป็นรายได้ให้กับสมาชิก นั่นเองค่ะ

             จากที่กล่าวมาข้างต้น พอจะนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยคะว่า Global Rich Club มีผลกำไรจากการทำอะไร แล้วเอาเงินจากไหนมาจ่ายให้กับสมาชิก? ดังนั้นจะเห็นได้ว่า Global Rich Club ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ใช่มันนี่เกมส์ ไม่ใช่ธุรกิจเงินต่อเงิน ที่เอาเงินสมาชิกใหม่ไปจ่ายให้คนเก่าแน่นอนค่ะ เพราะ Global Rich Club มีตัวสินค้าที่ใช้ได้จริงก็คือ แพ็คเก็ตที่พักโรงแรม 3 คืน 4 วัน ซึ่ง GRC ถือว่าเป็นธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM แต่มีลักษณะที่แตกต่างจาก MLM ตัวอื่นๆค่ะ เพราะ MLM ส่วนใหญ่เน้นขายสินค้าเพิ่มเครือข่าย และสมาชิกต้องขายสินค้า สต็อกสินค้า ใช้สินค้าและรักษายอดรายเดือน เพื่อรักษาตำแหน่งเพื่อรับผลตอบแทนตามตำแหน่งนั้นๆ ต้องเดินทางไปประชุม ต้องไปพบลูกค้า ต้องสาธิตสินค้า อีกมากมายค่ะ   แต่ GRC ไม่ต้องขายสินค้า ไม่ต้องรักษายอด ไม่มีตำแหน่งตก   ไม่ต้องต่ออายุสมาชิกรายเดือนรายปี   สมัครสมาชิกครั้งเดียว   ทำงานได้ทั้งชีวิต ไม่ต้องเดินทางไปประชุม   ทำงานผ่านทางออนไลน์ 100 % ทาง internet อยู่ที่บ้านหรือทุกที่ทั่วโลกที่มี internet ค่ะ

            ในเบื้องต้นดิฉัน คิดว่าเพื่อน ๆ คงจะมองภาพออกกันบ้างแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น อยากให้เพื่อนๆเข้าไปฟังการบรรยายในห้องประชุมออนไลน์ของของทีมงานกันดูค่ะ   หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้นะคะ หรือกรอกข้อมูลของคุณเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ของเราแล้วระบบอัตโนมัติของเราจะ ส่งข้อมูลและวีดีโอให้คุณศึกษาเพิ่มเติมทางอีเมลค่ะ





           

การเข้าห้องประชุมเรียนรู้งาน  สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

สำหรับสมาชิกที่สนใจ GRC ทุกท่าน ห้องประชุมเปิดนำเสนอระบบงานทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์
สำหรับผู้เป็นสมาชิก Global rich club แล้ว  วันอังคารกับพฤหัสเปิดห้องเพื่อสอนเทคนิคต่าง ๆในการทำงานและแชร์ข้อมูลกันค่ะ  โดยเริ่มประชุมเวลา  2 ทุ่มเป็นต้นไปค่ะ

สามารถเข้าห้องประชุมได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ค่ะ

คลิกตามลิงค์เลยค่ะ 

คลิกได้เลยทั้ง 2 ห้องค่ะ

จากนั้น ใส่รายละเอียดดังนี้ค่ะ

Full Name :     chanis_ชื่อภาษาไทยของคุณค่ะ

Location   :      ไม่ต้องใส่ค่ะ

Email       : ใส่อีเมล์ของคุณค่ะ

Meeting Password :  ............... โทรศัพท์สอบถามดิฉันได้เลยค่ะ

สนใจขอข้อมูลเพิ่มได้ที่
Kwan โทร 081 8245762
Email : chanis1957@gmail.com


กินทุเรียน แล้ว..ผอม


รูปภาพประกอบ : กินทุเรียน แล้ว..ผอม

กินทุเรียน แล้ว..ผอม


ถ้ากินตามเทคนิคของปู่ย่าตายายที่ตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาล่ะ ก็รับรองผอมแน่ นั่นคือให้กินทุเรียนแบบถือว่าเป็นยาถ่ายพยาธิ ไม่ใช่กินเอาอร่อยอย่างที่เรากินกัน ตื่นนอนให้เช้าๆ หน่อย สักประมาณตี 5 (เป็นเวลาที่ธาตุของเราเริ่มทำงาน) 


หลังจากแปรงฟันล้างหน้าแล้วก็ทานทุเรียนได้เลย จะเลือกพันธุ์ไหนก็ได้ตามรสนิยม ให้ทานได้ประมาณครึ่งลูก คนอ้วนจะทานได้มากกว่านี้นิดหน่อย หลังจากทานแล้วดื่มน้ำอุ่นๆ ตามลงไปด้วยหลังจากทานทุเรียนแล้ว ควรงดอาหารเช้าของวันนั้น ทานติดต่อกัน 2 วัน

เส้นใยและความร้อนจากสารกำมะถันในทุเรียนจะไปชะล้างพยาธิและสิ่งสกปรกต่างๆ ในลำไส้ออกมาจนหมด ทำให้คุณผอมลง ร่างกายแข็งแรงสดชื่นด้วย

ทุเรียนมีดีรอบด้าน ถึงกินแล้วจะร้อนในไปหน่อย แต่ความดีอย่างอื่นของทุเรียยนก็ยังมี แถมมีตั้งแต่ต้นจรดรากซะด้วยสิ!...

เนื้อ : เนื้อทุเรียนมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ร้อน แต่ความร้อนนี้ล่ะจะช่วยแก้โรคผิวหนังได้ ทำให้ฝีหนองแห้งเร็ว และมีฤทธิ์ขับพยาธิได้ด้วย

เปลือก: ถ้าเอาเปลือกแหลม ๆ ไปสับแช่ในน้ำปูนใส แล้วเอามาล้างแผลพุพอง แผลน้ำเหลืองเสีย แผลจะหายเร็ว หรือถ้าหากมีเด็กในบ้านเป็นคางทูม คนสมัยก่อนเขาก็จะเอาเปลือกทุเรียนไปเผาแล้วบดเป็นผง เอามาผสมกับน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าว แล้วเอามาพอกที่คาง คางทูมก็จะยุบ

ใบ : เอาใบทุเรียนไปต้มกับน้ำแล้วเอาน้ำนั้นมาอาบ ความร้อนจะช่วย ให้หายไข้และโรคดีซ่านได้

ราก : ตัดเป็นข้อ ๆ ใส่หม้อต้มให้เดือด นำมาดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้ดี

แต่ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามแล้วละก็ คุณอาจจะไม่เคยคิดเลยว่า ทุเรียนจะสามารถทำให้คุณสวยได้ ...

วิธีการ ไม่ยากเลยเพียงแค่....นำเนื้อทุเรียนสุกพอห่าม ๆ ไม่ต้องสุกมาก มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักกำมือหนึ่ง ปั่นรวมกับดินสอพอง 1/4 ช้อนโต๊ะ จนเป็นเนื้อข้น ๆ ทาไปเลยทั่วผิว เว้นรอบดวงตาและปาก หรือบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออก ธาตุกำมะถันในทุเรียนจะทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น สรรพคุณมากมายอย่างนี้ สาว ๆ ที่ไม่ชอบทุเรียนอาจจะต้องหันกลับมาสนใจทุเรียนมากขึ้นแล้วละ เพราะทุเรียนมีดีกว่าที่คิด จริงไหม!!!....

วิธี ขอใช้เว็บไซต์ภาษาไทย GRC THAI

วิธี ขอใช้เว็บไซต์ภาษาไทย GRC THAI

1.เข้าไปเช็คในเมลล์แล้วจะมีเมลล์มาจาก GRCThai.com Invitation - ลงทะเบียนขอใช้เว็บไซต์ 1 ฉบับ


2. เปิดเข้าไปที่ เมลล์ GRCThai.com Invitation - ลงทะเบียนขอใช้เว็บไซต์ ในเมลล์จะเจอ ลิ้งค์ 1ลิ้งค์ คลิกที่ลิ้งค์เพื่อขอใช้เว็บได้เลยครับ


3. พอคลิกที่ลิ้งค์ ก็จะมีหน้าต่างใหม่เปิดมาจะครับ ให้เรากรอก ตั้งพาส กรอก ชื่อ-นามสกุล เป็นภาษาไทย

4. เท่านี้ ก็เป็นอันเรียบร้อยการขอใช้เว็บไซต์ภาษาไทยแล้วค่ะ รอการ อนุมัติ ภายใน 24ช.ม ก็จะสามารถเข้าระบบสมาชิกได้แล้วค่ะ


ถ้าติตตรงไหน ก็ สามารถติตต่อมาสอบถามได้นะคะ
เมลล์ chanis1957@gmail.com 
หรือ โทร 081-824 5762 ชนิสรา

ดื่มน้ำถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่สมดุล

เรามีชีวิตอยู่ได้ แม้อดอาหารเป็นเดือนๆ แต่ไม่อาจอยู่รอดได้ หากขาดน้ำเกิน 3-7 วัน...ทั้งนี้ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญภายในร่างกายถึง ร้อยละ 75 ของน้ำหนักตัว
เมื่อใดที่ร่างกายขาดน้ำจะมีสัญญาณสุขภาพบางอย่างเป็นข้อบ่งชี้ อาทิ ผิวหนังแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ตาแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก เป็นริดสีดวงทวาร เป็นต้น
"น้ำ" จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลในร่างกาย และที่สำคัญคือ น้ำยังสามารถช่วยรักษาโรคบางชนิดได้อย่างน่าอัศจรรย์
วิถีสุขฉบับนี้ขอนำเสนอเคล็ดวิธีในการดื่มน้ำอย่างถูกวิธีและถูกเวลา เพื่อช่วยยืดอายุการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้นานขึ้น
ดื่มน้ำถูกวิธีคือ ดื่มแบบกลับคืนสู่ธรรมชาติ
วิธีการง่ายๆ ในการดื่มน้ำให้ถูกวิธีคือ ถ้าดื่มในช่วงพระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าต้องดื่มน้ำอุ่น แต่ถ้าพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้ว ให้ดื่มน้ำเย็น
เนื่องจากน้ำสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ ทำให้โอกาสในการเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำ สามารถล้างคราบไขมันตามลำคอ และล้างลำไส้ที่มีความยาวถึง 12 เมตรได้ และที่
สำคัญ ยังส่งผลดีต่อระบบการขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ
14 แก้ว เพื่อสุขภาพดี
มีข้อแนะนำถึงปริมาณน้ำที่ควรดื่มในแต่ละวันเพื่อบำบัดรักษาโรคและเป็นการรักษาสุขภาพ โดยแบ่งน้ำสำหรับดื่มในแต่ละช่วงเวลา ดังนี้
1. เวลาตื่นนอนให้ดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว
2. ก่อนอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
3. หลังอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว
4. ในเวลา 10.00, 14.00, 16.00 น. ครั้งละ 1 แก้ว
5. ก่อนนอนดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว
เพียงการดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ก็สามารถช่วยดูแลและลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้ไม่ยาก...วันนี้คุณดื่มน้ำเพียงพอแล้วหรือยัง?

ขอขอบคุณข้อมูลจาก จดหมายข่าว ต้นคิด เพื่อนคู่คิด มิตรสร้างสุข ประจำเดือน มิถุนายน 2554
ภาพประกอบจาก www.photos.com

..กินอาหารให้เป็นยาเเต่อย่ากินยาให้เป็นอาหาร...

สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือ ชื่อ
' ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ'   เช่น

     1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง

     2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว

     3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด

     4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี

     5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง

     6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ( ปลาโอ ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง

     7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป

     8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( ไม้เมืองหนาว ) กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้

    9. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้

    10. โรคกะดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้

    11. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี

    12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย

    13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง
โดย เฉพาะรำข้าวกะหล่ำปลี ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต ช่วยให้อาการปั่นป่วนในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว ' คลอเลสเตอรอล ' ได้ ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้ พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีสรรพคุณช่วย สร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆได้ ถ้าได้เรียนรู้ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเอง โดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นภูมิปัญ ญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน ไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผล ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของ เราไปเป็นของตนทุกวิถีทาง ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษา ค้นคว้า และคิดค้นตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้ ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการของคนไทยต่อไป .

    14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี

    15. มะเร็งปอด กินส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน

    16 แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้

    17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก

    18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี ' โมโรอันแซตเทอเรต '

    19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี

    20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร

ต่อท้าย #1 5 พ.ย. 2553, 14:36:53 
 
อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

    1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จ ะรู้ได้
มีก้อน บวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบากหรือมีการขยายตัวของต่อมใน ลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้ อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

    2 . มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อ

    3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการ ปวดหลัง

4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด

    7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ  อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
    8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือการเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและ เป็นอัมพาตชั่วคราว ควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ ประกอบอยู่ด้วย

    9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผล เรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลา นาน

    10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที

    11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร

    12. มะเร็งทรวงอก
         - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึง ก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม จากนั้นให้ดื่มจนหมดชาม สรรพคุณในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้วควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัส สาว ะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้ บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอก โดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียก ว่าซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่

    13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติมี เลือดออกปนมากับอุจจาระ **** ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใ ช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคือ อาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

    14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย

    15. มะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ด ทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมี อัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ 

ข้อมูลจาก....http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=73d0b0ac7fb7e9e0

เคล็บลับฟื้นผิวให้กลับมาขาวใส


เป็นไงคะสาวๆ สงกรานต์ปีนี้แดดแรงสะใจดีไหม ส่วนตัวผู้เขียนเองแม้จะไม่ได้ออกไปเล่นน้ำอะไรกับใครเขา แต่ก็รู้สึกได้ว่าปีนี้แดดมันร้อนแรงมหาศาลจริงๆ แค่เดินออกไปเซเว่นปากซอยแป๊ปเดียวก็รู้สึกว่าหน้าดำแล้ว ดังนั้นจึงไม่ค่อยแปลกใจว่า คนที่ไปออกแดดแบบจัดเต็มคงเจอผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย เช่นว่า bikin line หรือซีกขาวซีกแบบทูโทน (สำหรับคนที่ใส่เสื้อแขนสั้น)
GoodlyWomen วันนี้จึงขอนำเสนอเคล็ดลับที่เข้ากับเทศกาลค่ะ คือการฟื้นผิวให้กลับมาขาวดังเดิม เคล็ดลับนี้อาจไม่ใช่ยาวิเศษใช้ปุ๊ปกลับมาขาวเด้งทันที แต่ถ้าทำสม่ำเสมอและต่อเนื่อง รับรองได้ว่าคุณจะได้ผิวสวยๆ กลับคืนมาแน่นอน


งดออกแดดสักพัก

หยุดยาวนี้โดนมาพอแล้วค่ะ ดังนั้นเก็บตัวไว้ในร่มเหมือนเดิมดีกว่า ยิ่งแดดตอน 10 โมง – บ่าย 3 นี่ห้ามเด็ดๆ เพราะมันร้อนถึงขั้นอันตรายเลยล่ะ หรือหากจำเป็นต้องออก ควรโบกครีมกันแดด (ออกเมื่อไหร่โบกเมื่อนั้นค่ะ) กางร่มและสวมเสื้อผ้ามิดชิด ใส่แว่นกันแดดด้วยอีกชั้น (อันนี้อาจไม่ได้ช่วยเรื่องผิว แต่ช่วยปกป้องสายตาจากแสงแดดได้ค่ะ)

ทานวิตามิน C ให้มากขึ้น

ทานผักผลไม้วิตามินซีสูงอย่างแอปเปิ้ล สตอรเบอรี่ ดื่มน้ำผลไม้ หรือจะทานเป็นแบบเม็ดก็ได้แล้วแต่สะดวก เพราะวิตามิน C เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวกระจ่างใสและมีสีสม่ำเสมอกันทั่วทั้งตัว อย่างไรก็ตามก็ทานในปริมาณทีกำลังดี แนะนำว่าทานซัก 500 – 1000 mg ต่อวันก็จะช่วยให้เป็นผลได้เร็วในระดับนึงค่ะ (แต่ถ้าเอาระดับที่ร่างกายต้องการเวลาปกติ ก็ไม่ควรต่ำกว่า 150 mg ต่อวัน เทียบกับน้ำนักตัวมาตรฐานนะคะ)


ดื่มน้ำเพื่อคืนความชุ่มชื้น

คนที่เพิ่งผ่านการโดนแดดจัดๆ มา และไม่ค่อยได้ดื่มน้ำเท่าไหร่ อาจสังเกตเห็นว่าผิวคุณนอกจากจะหมองคล้ำลงแล้วยังมีอาการแห้งกร้านด้วย ซึ่งก็เป็นอาการของผิวที่ขาดน้ำนั่นเองค่ะ ดังนั้นก็ควรชดเชยด้วยการดื่มน้ำให้เยอะขึ้น ยิ่งเป็นหน้าร้อนที่ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่ายแบบนี้ก็มีขวดน้ำไว้ใกล้ๆ เพื่อคอยจิบตลอดเวลาเลยก็ได้ การดื่มน้ำอาจไม่ช่วยให้คุณตัวขาวขึ้นได้เร็วทันใจ แต่ะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี เปล่งปลั่งสดใสค่ะ

อย่าเพิ่งรีบใช้ Whitening

คนที่เพิ่งโดนแดดแรงๆ จนผิวหมองมาก หรือมีอาการลอก คัน อย่าเพิ่งทา whitening จนกว่าผิวจะดีขึ้น หรือผ่านไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ เพราะตอนนี้ผิวของคุณยังบอบบางอยู่ whitening จะทำให้คุณสู้แดดได้แย่ลงจนอาจส่งผลให้ผิวดำเร็วกว่าเดิมจนกระบวนการฟื้นตัว สู้ไม่ทัน ดังนั้นรอให้ผิวฟื้นก่อนนะคะ ค่อยว่ากันเรื่องความขาว
แต่สำหรับการบำรุงปกติเพื่อความชุ่นชื้น และชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ใครที่ผิวแห้ง หยาบกร้านมาก หรือมีอาการลอก แตก อาจเลือกใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ HA ก็ได้ และถ้าเป็นครีมกลางคืน แนะนำพวกวิตามิน E เพื่อเพิ่มความชุ่นชื้นค่ะ


exfoliate (ผลัดเซลล์ผิว) หลังจากโดดแดดจัดสัก 1 – 2 อาทิตย์

อย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วคือ ใครที่เพิ่งโดนแดดเผามาใหม่ๆ อย่าเพิ่งรีบทำอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับการทำให้ผิวบางลงไปก่อน เพราะการออกแดดจัดๆ นั้นจะทำให้ผิวชั้นนอกของเราเสียหาย บอบบาง การรีบทำเมื่อผิวยังไม่พร้อมจะทำให้ได้รับความเสียหายมากกว่าเดิม ดังนั้นหลีกเลี่ยงผลิตณฑ์บำรุงผิวที่มี AHA BHA ไปก่อนนะคะ แต่เมื่อผ่านไปสักพักหนึ่งแล้ว และรู้สึกได้ว่าผิวเริ่มหายหยาบกร้าน ไม่คัน ไม่ลอก ก็เข้าสู่ routine ขัดผิวได้ตามปกติค่ะ


ชโลมผิวด้วยน้ำนม หรือน้ำผึ้ง

น้ำนม หรือน้ำผึ้ง มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยฟื้นสภาพผิวที่เสียหายได้ จึงเหมาะมากสำหรับการนำมาใช้ประทินผิวที่เพิ่งโดนแดดทำร้าย สองตัวนี้อาจไม่ค่อยเกี่ยวเนื่องกับความขาว แต่จะช่วยให้ผิวหายหยาบกร้าน และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น คุณจะได้เข้าสู่กระบวนการทำให้ผิวขาวได้เร็วขึ้นกว่าเดิมค่ะ


ขัดผิวด้วยมะขามเปียก + น้ำผึ้ง + ดินสอพอง

เป็นสูตรผิวขาวแบบไทยๆ ที่ใช้ได้ผลเสมอมา ในมะขามเปียกจะมีวิตามินซีอยู่สูง ใช้แล้วเห็นผลทันตาแน่นอนว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น และถ้าใช้ขัดตัวเป็นประจำ (สักอาทิตย์ละครั้ง หรือสองอาทิตย์ครั้ง) รับรองเลยว่าผิวของคุณต้องขาวใสขึ้นแน่ๆ แต่แนะนำเหมือนข้อก่อนๆ ว่า ใครเพิ่งโดนแดดจัดมาให้รอสักพักก่อนจะใช้สูตรนี้ ส่วนใครที่คิดว่าไม่ได้โดนแดดมากนักก็ใช้ได้เลยตามอัธยาศัยค่ะ