ของฝากวันเสาร์บ่าย อากาศร้อนมาก ๆ

ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่มีการลงทุน
แต่หากเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำ และปรารถนาความสำเร็จ
เราต้องยอมจ่ายราคาในสิ่งนั้น
การที่ต้องอดทนในสิ่งใดนั้น...เราอาจต้องจ่ายราคาหลายอย่าง
อาจเป็นการสูญเสียความพึงพอใจ
สูญเสียความเป็นส่วนตัว ต้องยากลำบาก เสียเวลา ความคิด แรงกาย และแรงใจ
แต่หากสิ่งที่แลกมา   คือความมีคุณค่าและความสำเร็จ
การนั้นก็ควรค่าแก่ราคาที่ได้จ่ายไปกับความอดทนนั้น

ล้มเหลวได้ แต่อย่าล้มเลิก

ล้มเหลวได้ แต่อย่าล้มเลิก


หากคุณไม่ประสบผลสำเร็จนั่นแปลว่าคุณล้มเหลว แต่หากคุณไม่อยากทำนั่นคือคุณล้มเลิก 
มาดูคนที่ไม่เคยล้มเลิกกันดีกว่า







ทุกคนเคยแพ้ ทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนที่แพ้ไม่ใช่คนล้มเหลว
คนล้มเลิกต่างหากที่ล้มเหลว

เราไม่มีวันที่จะย้อนเวลาได้
แต่เลือกที่จะทำในสิ่งดี ๆ ข้างหน้าได้
อย่าขี้เกียจมิฉะนั้นจะถูกมองว่า "แค่เด็ก"
อย่าสนใจคำดูหมิ่นหรือคำด่า เพราะมันเป็น "แรงบัลดาลใจ"

สิ่งใดที่คนอื่นไม่ทำ ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้
ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ ถ้าเราลงมือทำและ "จินตนาการ" ของตัวเราเอง

คำดูหมิ่น คำที่บ่งบอกว่ามันใช้ไม่ได้ คำที่บอกว่าแตกต่าง 

แต่แล้วนั้น ในตอนท้ายมันกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจในที่สุด

คุณเห็นพวกเขาเหล่านั้นด้านบนรึเปล่า?
เขาเคยพลาดในสิ่งที่มันเลวร้ายกว่าที่คุณเคยพบ 

แล้วเขาผ่านมันมาได้ยังไง

หนึ่งในผู้ที่ประสบความสำเร็จย่อมมีอุปสรรคเสมอ 

แม้ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน 
แต่สุดท้าย หนทางที่เราจะเจอคือคำว่า 'ประสบผลสำเร็จ'

แน่นอน คุณไม่ได้พบเจอคนเดียว หลายคนที่พบและเจอนั้น

ล้มเลิกกลางคันก่อนที่จะพบปลายทางซะอีก
90% ของคนทั้งโลกล้มเหลวกลางคัน
แต่อีก 10% ที่เหลือ....คุณอยากเป็นหนึ่งในนั้นรึเปล่า?

ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ หากเรากล้าและคิดที่จะทำมัน

ทุกคนไม่ได้พึ่งคนอื่นมากสักเท่าไหร่นัก เพียงแต่เราไม่ถนัดอย่างที่เขาถนัดเท่านั้น

คุณเคยถูกดูหมิ่นบ้างมั้ย อย่าง ทำไปทำไม เงินก็ไม่ได้ 

ทำแล้วมันจะเข้าท่าเร้อ

คุณเคยพบอุปสรรคอย่างไหนที่ไม่กล้าจะเดินต่อ
สิ่งที่มันเป็นอุปสรรค คำดูหมิ่น คำเหยียดหยาม 

มันเป็นแรงบันดาลใจของคนหลายคน คนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ 
คนที่กล้าจะเดินออกมาเผชิญกับหนทางที่ตัวเองกลัว แต่แล้ว....
เมื่อพบกับมันและผ่านไปได้ คุณจะรู้สึก....
'เราเองก็ใช่ย่อยนี่หว่า'

เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับคนที่คิดจะสร้างสรรค์โลกใบนี้


ในโลกนี้ไม่ใครจะล้มเหวลได้ สิ่งที่ผิดพลาดมันไม่ใช่สิ่งที่ล้มเหลว แต่มันเป็นผลสำเร็จที่คุณสารมารถค้นพบทางที่ไม่สำเร็จได้ด้วยตัวของคุณเอง
 และ หากคุณไม่ล้มเลิกคุณก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ดีกว่าเดิม
ขอบคุณช้อความดี ๆ จากเด็กดีดอทคอม

เลี้ยงชวนชมอย่างไรให้งาม

             วันนี้ เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มัโอกาสได้ลงมาดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ เห็นต้นชวนชมมีลำต้นโตเต็มกระถางที่มันเล็กมาก รู้สึกอีดอัดแทน จะทำยังไงดีล่ะ เราก็ไม่ได้จบเกษตรซะด้วย เลยต้องอาศัย google หาข้อมูลเพื่อมาดูแลต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ เจอแล้วค่ะ จ ะถ่ายเอกสารเก็บก็จะสูญหาย นึกได้ว่า เราได้เรียนการเขียนบล็อดจาก grcthai แล้วนี่ ใช้บล็อคนี่แหละให้เกิดประโยชน์ ให้เป็นสมุดโน้ต ของเราซะเลย เผื่อแผ่เพื่อน ๆ ที่อาจมาพบแล้วน้ำไปใช้ประโยชน์ได้บ้างนะคะ
เอาล่ะค่ะ เรามารู้จัก ชวนชม ดอกไม้แสนสนวยกันเลยค่ะ


ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่มีสีสันของดอกสวยงามสและสะดุดตา  มีรูปทรงของต้นและกิ่งก้านที่สวยงามและอ่อนช้อยนุ่มนวล  เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย  ทนต่อสภาพแห้งแล้งจนได้รับสมญาว่า Derert Rose หรือ “กุหลาบทะเลทราย”  นอกจากนี้ชวนชมยังเป็นชื่อที่มีความไพเราะเป็นศิริมงคลตามความเชื่อของคน ไทย  แม้แต่ชาวจีนซึ่งเรียกชวนชมว่า “ปู้กุ้ยฮวย” หรือ ดอกไม้แห่งความร่ำรวยก็ยังมีความหมายไปในทางศิริมงคลเช่นกัน


ชวนชมมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาค้นพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ P. Forskal ทางภาคตะวันออกของทวีปแอฟริกาแถบประเทศแทนซาเนียและเคนย่าราวปี พ.ศ. 2305  แต่กลุ่มนักพฤกษศาสตร์ในสมัยนั้นเชื่อว่าไม้ดอกที่พบเป็นเพียงลั่นทมพันธุ์ ใหม่  และในราวปี พศ. 2357 นายโจเซฟ  ออกัสต์  ซูลตส์ ( Josef August Schultes ) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชวนชมกับ ลั่นทม  จนเป็นที่ยอมรับว่า ชวนชมคือดอกไม้ชนิดใหม่


สำหรับในประเทศไทย  ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีผู้นำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใด  แต่จากหลักฐานพอสันนิษฐานได้ว่า  มีการนำชวนชมเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 70 ปีแล้ว  โดยผ่านทางราชสำนักหลังการเสด็จประพาสต่างประเทศ  เพราะมีการพบเห็นชวนชมปลูกอยู่ในเขตพระราชวังและวังเจ้านายทั่วไป  จากการสืบค้นของ อาจารย์วิชัย  อภัยสุวรรณ (ผู้เขียนหนังสือ “ไม้ดอกและประวัติไม้ดอกเมืองไทย”)  ทราบว่า อย่างน้อยที่สุดคนไทยรู้จักเล่นชวนชมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6  โดยพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ได้ทรงนำพันธุ์ชวนชมเข้าไปปลูกในพระตำหนักลักษมี วิลาศ  แต่ไม่มีผู้ใดทราบว่าทรงนำต้นชวนชมมาจากแหล่วใด  แต่ที่ปรากฏแน่ชัดคือ พระองค์ประทานชื่อดอกไม้นี้ว่า “ชวนชม”


  




ชวนชมพันธุ์ แพรแถบ 








ลักษณะโดยทั่วไป
ชวนชมเป็นพืชที่มีเนื้อเยื่ออ่อน  เปลือกของลำต้นบาง  ต้นและกิ่งก้านกลมมียางใส  จัดเป็นพืชในวงศ์ Apocynaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับลั่นทม  พืชในวงศ์นี้มีมากมายถึง 300 สกุลและมากกว่า 1,300 ชนิด  มีทั้งไม้ล้มลุก ไม้เลื้อย ไม้พุ่มและไม้ยืนต้น  มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทั่วโลก  โดยเฉพาะในป่าเขตร้อน   สำหรับชวนชมถูกจะดอยู่ในสกุล Adenium obesum  มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา  มีหลายชื่อ เช่น Pink Bignonia , Mock Azalea , Desert Rose , Impala Lily , Kudu Lily และ Sabi Star
 ลำต้น เป็นไม้เนื้ออ่อน  อวบน้ำ  ต้นและกิ่งเป็นลำกลม  ผิวค่อนข้างเรียบสีเขียวอมเทา  เปลือกบาง  แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ  ส่วนโคนของลำต้นพองออกมีขนาดรูปทรงใหญ่เล็กแตกต่างกันไปเรียกว่า ”  
"โขด"  มีไว้สำหรับเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลของต้น
โขด ของชวนชมคือรากที่ใช้สะสมอาหาร เช่นเดียวกับ เผือก มัน หรือพืชที่มีหัวทั่วไป  มีลักษณะบวมออกเป็นหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดินหรือโผล่ขึ้นเหนือดินมีรูปทรงแตก ต่างกันไป 
   
ใบ เป็นใบแบบเดี่ยว  ออกเวียนรอบกิ่งคล้ายกังหันหลายๆ ชั้น  และออกหนาแน่นตามปลายกิ่ง  ใบของชวนชมมีหลายลักษณะแตกต่างกันขึ้นกับสายพันธุ์  เช่น ใบรูปไข่  ใบรูปหอก  ปลายใบมีทั้งเว้า มน แหลมและใบตัด  ขอบใบเรียบ หยักหรือเป็นคลื่น  แผ่นใบหนาแข็งเขียวเข้มเป็นมันหรือบางพันธุ์มีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ที่ใต้ ท้องใบ  มีขนาดใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป
ดอก ชวนชมจะออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง  ช่อหนึ่งประมาณ 10-20 ดอก  มีทั้งแบบบานพร้อมกันทั้งช่อและทยอยบานครั้งละ 4-5 ดอก  บานได้นาน 10-20 วัน  ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 8-10 ซม.


กลีบเลี้ยง  มีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ 5 กลีบ รูปรี ปลายแหลม ติดอยู่รอบโคนดอกเหนือฐานรองดอก  มีสีแดง เขียว ชมพูอมแดงหรือเหลืองอมเขียว  เมื่อดอกร่วงแล้วกลีบดอกยังติดแน่นอยู่ที่ฐาน รองดอก โคนกลีบดอกหรือหลอดดอก  คือส่วนที่อยู่ต่อจากกลีบเลี้ยงขึ้นมามีลักษณะเป็นทรงกรวยกลมยาว  โคนหลอดเรียวเล็กลงติดกับกลีบเลี้ยง  ปลายบานออกติดกับกลีบดอก


กลีบดอก  มี 5 กลีบ  เรียงติดอยู่รอบโคนกลีบดอกหรือหลอดดอกคล้ายปากแตร  แต่ละกลีบมีรูปทรงหลายแบบ คือ รูปกลม รูปไข่ รูปแถบและรูปรี 


เกสรตัวผู้  อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก  เป็นรูปกระโจมคลุมยอดเกสรตัวเมีย  ประกอบด้วยละอองเรณู 5 อันเรียงติดกันบนก้านชูเกสรตัวผู้  มีโคนระยางค์เชื่อมต่อจากปลายเกสรตัวผู้ยาวขึ้นไปตลอดหลอดดอก 5 เส้น  ภายในอับละอองเรณูนี้เมื่อแก่พร้อมที่จะผสมเกสร  จะมีละอองเกสรตัวผู้มีลักษณะเป็นขุยสีเหลืองละเอียด
  
เกสรตัวเมีย  อยู่ตรงส่วนโคนของหลอดดอก  ล้อมรอบด้วยเกสรตัวผู้  ประกอบด้วยยอดเกสรตัวเมีย ก้านชูเกสรตัวเมีย และรังไข่  ยอดเกสรตัวเมียมีรูปกลมสีขาวขุ่น  มีท่อยาวลงไปที่รังไข่ซึ่งอยู่ติดกับฐานรองดอก  ภายในรังไข่มีไข่อ่อน  เมื่อเกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมเกสรจะมีเมือกเหนียวคล้ายแป้งเปียก  และเมื่อมีการผสมพันธุ์ไข่อ่อนภายในรังไข่จะเจริญไปเป็นเมล็ดต่อไป
  
ฝักหรือผล มีลักษณะคล้ายบูมเมอแรงหรือเขาคู่เป็นฝักสองฝักอยู่ติดกัน  ปลายและโคนเรียวแหลมยาวประมาณ 10-30 ซม.  ขั้วของฝักอยู่ตรงตะเข็บแนวเชื่อมระหว่างเขาทั้งสอง  ฝักอ่อนมีสีเขียว  เมื่อฝักแก่จะมีสีน้ำตาลอ่อนตะเข็บแนวเชื่อมจะแตกออก  ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ คล้ายเมล็ดข้าว


เปลือก  มีขนสีน้ำตาลอ่อนเป็นพู่ติดอยู่ที่ปลายแหลมทั้งสองข้าง  ขนที่ปลายทั้งสองนี้จะช่วยให้เมล็ดปลิวไปตามลมได้ไกล

การปลูกเลี้ยงและดูแลรักษา
ดินปลูก เดิมชวนชมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบแอฟริกาซึ่งมีสภาพแห้งแล้ง  เมื่อนำมาปลูกในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า  ดินปลูกที่ดีขึ้น  ชวนชมย่อมเจริญเติบโตได้ดีกว่าในดินทรายถิ่นกำเนิดเดิม  แต่โครงสร้างของต้นชวนชมก็ยังเป็นไม้อวบน้ำอยู่เช่นเดิม  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม  คือต้นยังอวบน้ำและทนน้ำขังไม่ได้  ดังนั้นดินที่เหมาะในการปลูกชวนชมจึงควรเป็นดินโปร่งร่วนซุย  มีการระบายน้ำได้ดีคล้ายดินทราย  ผู้ปลูกเลี้ยงส่วนใหญ่จึงนิยมเติมวัสดุปรุงดินต่างๆ เพิ่มลงไปในดินเพื่อให้มีความร่วนซุย  เช่น ใบก้ามปู  กาบมะพร้าวสับ  เปลือกถั่วลิสง  แกลบดิบ และทรายหยาบ 
 
การให้น้ำ ชวนชมเป็นพืชที่มีลำต้นอุ้มน้ำไว้ค่อนข้างมาก  จึงทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี  หากชวนชมอยู่ในสภาพที่แฉะเกินไปหรือมีน้ำขังจะทำให้มีอาการเหี่ยวเฉา  ใบเหลืองและร่วง  โขดหรือหัวเน่าได้ง่าย  ชวนชมเป็นไม้ที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งและฟื้นตัวได้ง่าย  เช่น  ถ้างดน้ำประมาณ 1 สัปดาห์ ลักษณะต้นจะนิ่ม  เมื่อได้รับน้ำและปุ๋ยอีกครั้งชวนชมจะแตกใบขึ้นมาใหม่  แต่ถ้าขาดน้ำนานเกินไปใบจะเหี่ยวหรือไหม้ตามขอบใบ  ดอกจะเหี่ยวและร่วงเร็ว  ชวนชมต้นที่ยังอ่อนต้องให้น้ำแต่น้อย  ถ้าต้นอ่อนได้น้ำมากจะทำให้เน่าได้ง่าย  การให้น้ำพอดีจะทำให้ต้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  ถ้าเป็นชวนชมต้นใหญ่ควรให้น้ำวันละครั้ง  สำหรับช่วงฤดูฝนอาจเว้นการรดน้ำบ้างตามความเหมาะสม  น้ำที่ใช้รดควรเป็นน้ำที่สะอาดและไม่ควรรดน้ำให้โดนดอกเพราะจะทำให้กลีบดอก ช้ำและร่วงเร็ว


การให้ปุ๋ย ชวนชมเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยไม่มากนัก  การใส่ปุ๋ยมากเกินไปนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้วยังทำให้ชวนชมเน่าได้ง่าย  ชวนชมต้นเล็กต้องการธาตุอาหารไม่มาก  ควรใส่ปุ๋ยที่มีตัวหน้าสูง เช่น 15-5-5 หรือสูตรเสมอ 15-15-15 ในปริมาณน้อยๆ ทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 1-2 เดือน  เมื่อต้นโตเต็มที่พร้อมที่จะออกดอกจึงเปลี่ยนเป็น่ปุ๋ยเร่งดอกสูตร 8-24-24 ทุกๆ 2 สัปดาห์ ประมาณ 1-2 เดือนชวนชมจะออกดอก  หลังจากนั้นบำรุงต้นโดยให้ปุ๋ยสูตรเสมอเดือนละครั้ง  และให้ธาตุอาหารเสริมประมาณ 3 เดือนครั้ง  สำหรับชวนชมที่ติดฝักควรเว้นระยะการให้ปุ๋ยให้ห่างขึ้นและลดปริมาณการให้ ปุ๋ยให้น้อยลง


การตัดแต่งกิ่ง ธรรมชาติของชวนชมจะมีลักษณะทรงต้นและการบิดตัวที่สวยงามอยู่แล้ว  แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องมีการตัดแต่งบังคับรูปทรงให้เป็นไปตามต้องการ  โดยเฉพาะชวนชมที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปหรือต้นที่โตแล้ว  มีกิ่งก้านสาขาเก้งก้างไม่เป็นพุ่มสวยงาม  การตัดกิ่งควรตัดกิ่งก้านที่แตกออกมาเกะกะไม่เป็นระเบียบ  กิ่งที่พาดทับกันไปมา  กิ่งที่ตาย  กิ่งที่ฉีกหัก  กิ่งที่คดไปมา  และกิ่งที่เป็นโรคออกบ้าง  เพื่อช่วยเปิดให้แสงและอากาศถ่ายเทได้สะดวก  ลักษณะทรงพุ่มเป็นระเบียบสวยงาม  สำหรับพันธุ์ที่ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน  สูงชะลูด  ลำต้นอาจหักเมื่อโดนลมแรง  อาจตัดยอดไปขยายพันธุ์  เพื่อให้ส่วนโคนที่เหลือแตกกิ่งออกมาใหม่  การตัดควรใช้มีดที่คมและสะอาดตัดให้ชิดลำต้น  ไม่ควรเหลือตอกิ่งไว้  ถ้ารอยตัดมีขนาดโตกว่า 1 ซม.  ควรใช้ปูนแดงทาที่รอยตัดเพื่อป้องกันเชื้อรา


การเลี้ยงโขด การปลูกเลี้ยงชวนชมในอดีตส่วนใหญ่ปลูกเลี้ยงเพื่อให้มีดอกไว้ชื่นชมเพียง อย่างเดียว  เมื่อมีชวนชมพันธุ์ลูกผสมจากต่างประเทศ  โดยเฉพาะสายพันธุ์ทางฮอลแลนด์ซึ่งมีโขดเป็นจุดเด่นและมีลักษณะสวยงาม  จึงทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงนิยมเลี้ยงชวนชมให้มีดอกดกสวยงามควบคู่ไปกับการเลี้ยง โขดให้มีโขดใหญ่สวยงาม  โขดยิ่งมีขนาดใหญ่ได้สัดส่วนยิ่งจะโดดเด่นสวยงามและมีราคาแพง   การทำให้ชวนชมมีโขดใหญ่จะต้องทำให้รากชวนชมสะสมอาหารไว้ให้มากที่สุด  เพราะโขดของชวนชมคือส่วนหนึ่งของราก  จึงต้องให้โขดเจริญเติบโตใต้ดินตั้งแต่แรกปลูก  และเมื่อชวนชมอายุได้ขนาดจะต้องเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้นเป็นระยะทุก 4-5 เดือน  เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้โขดได้เจริญเติบโต  ถ้าปลูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัดโขดจะมีขนาดเล็ก  เมื่อโขดมีขนาดใหญ่และได้รูปร่างตามต้องการแล้วจึงเปลี่ยนเป็นกระถางสำหรับ โชว์โขดโดยเฉพาะ  ทั้งนี้รวมเวลาจนถึงโขดมีขนาดใหญ่ตามที่ต้องการอาจต้องใช้เวลานับปี   สำหรับโขดที่ปลูกโชว์ควรปลูกให้สูงเหนือดินขึ้นมาประมาณ 3 ใน 4 ส่วนของโขด


การทำให้ออกดอกและติดฝัก เนื่องจากชวนชมเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจึงควรปลูกกลางแจ้งจะทำให้ชวนชมออกดอก ตลอดปี  ที่สำคัญคือดินปลูกต้องมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์  จึงจะทำให้ชวนชมออกดอกดก  ติดฝักดี  เมื่อชวมชมถึงระยะที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะออกดอก  ให้ใช้ปุ๋ยเร่งดอกสูตร 0-25-25  พร้อมทั้งให้โฮโมนทางใบ  หลังจากใส่ปุ๋ยประมาณ 1 เดือน ชวนชมจะออกดอก  และระยะตั้งแต่ดอกตูมเล็กๆ จนถึงดอกบานใช้เวลาประมาณ 1 เดือน  สำหรับในหน้าฝนชวนชมจะมีดอกน้อยและต้องระวังการเกิดโรคเน่า  เพราะถ้าชวนชมได้รับน้ำมากจนแฉะจะทำให้เกิดโรคเน่าและตายได้


การขยายพันธุ์
การปักชำกิ่ง เป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายและสะดวก  ต้นใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ  การปักชำสามารถทำได้ตลอดทั้งปี  แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงก่อนและหลังฤดูฝน  คือช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายนและช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม  เพราะในช่วงฤดูฝน ฝนตกชุกอาจทำให้กิ่งชำเน่าได้ง่าย  ส่วนในช่วงฤดูแล้งกิ่งชำอาจจะเจริญเติบโตช้าเพราะอากาศแห้งและร้อนเกินไป  การปักชำกิ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
  • เลือกตัดกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปยาวประมาณ 10-20 ซม.  ไม่ต้องริดใบออก  นอกจากส่วนโคนที่จะเสียบลงในวัสดุปักช
  • ตัดโคนกิ่งในแนวเฉียงเป็นรูปปากฉลาม เพื่อสะดวกในการแทงลงในวัสดุชำ
  • จุ่มโคนกิ่งปักชำลงในน้ำยาเร่งรากเอ็กโซติก 5-10 นาที ทิ้งไว้ให้พอหมาด
  • นำไปปักลงในวัสดุชำที่เป็นส่วนผสมของขี้เถ้าแกลบกับ ทรายในอัตราส่วน 1:1 โดยปักกิ่งชำให้ลึก 2-3 ซม.  กดรอบโคนต้นพอแน่น    รดน้ำให้ชุ่มหรือรดด้วยน้ำผสมยาป้องกันเชื้อรา
  • ทิ้งไว้ในที่แสงแดดรำไร  ประมาณ 20-25 วันรากก็จะงอก  หลังจากนั้นก็นำไปปลูกเลี้ยงยังที่ต้องการต่อไป
การเสียบยอด คือการนำยอดของชวนชมพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอชวนชมที่มีความแข็งแรง  เป็นการเปลี่ยนยอดของพันธุ์เดิมให้เป็นพันธุ์ใหม่ตามยอดที่นำมาเสียบ  โดยยอดที่นำมาเสียบจะไม่กลายพันธุ์ไปจากต้นแม่  วิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากแต่ได้ผลเร็วและต้นใหม่ที่ได้จะฟื้นตัว และแข็งแรงเร็ว  ชวนชมที่ขายเป็นกระถางพันธุ์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเสียบยอด   
  • การเตรียมต้นตอ  นิยมใช้ชวนชมพันธุ์ฮอลแลนด์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด  อายุ 5-7 เดือนขึ้นไปมาเป็นต้นตอหรือใช้พันธุ์พื้นเมืองที่โตเต็มที่  เลือกเอาต้นที่แข็งแรงไม่เป็นโรคและมีขนาดโตใกล้เคียงกับขนาดของกิ่งพันธุ์  เพื่อรอยแผลที่ต่อจะสนิทกันดีและมีการเจริญเติบโตที่สมดุล  ตัดขวางต้นตอห่างจากโคน 5-10 ซม.  ผ่ากลางกิ่งต้นตอเป็นปากฉลามหรือรูปตัววีลึก 1.5-2 ซม. ส่วนยอดของต้นตอที่ตัดออกสามารถนำไปปักชำต่อไปได้ 
  • การเตรียมกิ่งพันธุ์  ใช้มีดที่คมและสะอาดตัดกิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์จากต้นแม่พันธุ์ที่ต้องการนำไป เสียบกับต้นตอ  จากนั้นตัดส่วนยอดของกิ่งพันธุ์ออกให้เหลือส่วนโคนยาวประมาณ 3-5 ซม.  ให้มีใบติดอยู่ 1-2 ใบ และมีตาติดอยู่ 2-3 ตา  เฉือนโคนกิ่งเป็นรูปลิ่มยาว 1.5-2 ซม.  กะให้สามารถสวมกับต้นตอที่เตรียมไว้ได้พอดี
 การเสียบยอด  นำกิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้มาเสียบลงในรอยผ่าของต้นตอ  ให้รอยแผลของกิ่งพันธุ์และต้นตอแนบสนิทกัน  ถ้ากิ่งพันธุ์และต้นตอมีขนาดไม่เท่ากันให้เสียบกิ่งพันธุ์ชิดไปทางด้านใด ด้านหนึ่ง  ใช้เทปพลาสติกพันรอยต่อให้แน่น  คลุมต้นที่เสียบกิ่งเรียบร้อยแล้วด้วยถุงพลาสติกเพื่อรักษาความชุ่มชื้น  วางกระถางในที่ไม่ถูกแสงแดดจัด  เปิดถุงรดน้ำวันละครั้ง  ประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงเปิดถุงออก  และหลังจากนั้นอีก 2-4 สัปดาห์จึงค่อยแกะเทปพลาสติกที่พันอยู่ออก  รอยต่อจะติดกันสนิท


การตอนกิ่ง จะใช้วิธีการตอนแบบปาดกิ่ง  โดยเลือกกิ่งตอนที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป  เป็นกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 ซม.  ความยาวไม่เกิน 1 ฟุต  ใช้มีดที่คมและสะอาดปาดเข้าไปในเนื้อไม้เป็นแนวเฉียงขึ้นลึกเกือบถึงกึ่ง กลางลำต้น  เช็ดยางออกแล้วใช้ไม้จิ้มฟันหรือหลอดกาแฟค้ำกลางรอยปาดเพื่อไม่ให้แผลติด กัน  ทิ้งไว้ประมาณ 7 วันเพื่อให้แผลแห้ง  จากนั้นหุ้มรอยแผลด้วยดินหรือกาบมะพร้าว  ห่อด้วยถุงพลาสติกใช้เชือกมัดหัวท้ายให้แน่น  ประมาณ 20-30 วัน กิ่งตอนจะออกรากจึงตัดกิ่งตอนไปปลูกต่อไป


การเพาะเมล็ด ควรใช้เมล็ดใหม่มาเพาะเพราะจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์การงอกสูง  เลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ไม่ลีบ  นำไปเพาะในวัสดุเพาะที่เป็นส่วนผสมระหว่างทรายหยาบกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1:1 หรือขี้เถ้าแกลบล้วนๆ   โดยโรยหรือวางเมล็ดบนวัสดุเพาะให้กระจายเท่าๆ กันแล้วกลบด้วยวัสดุเพาะเบาๆ   รดน้ำผสมยาป้องกันเชื้อราพอหมาดๆ  วางภาชนะเพาะในที่มีแสงรำไรอย่าให้ถูกแสงแดดโดยตรง  รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง  ประมาณ 3-7 วัน  เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นอ่อน  เมื่อต้นกล้ามีใบเลี้ยงประมาณ 4-5 ใบ จึงเริ่มให้อาหารเสริม ฮอร์โมน และยาป้องกันเชื้อราอ่อนๆ ประมาณสัปดาห์ละครั้ง  เมื่อต้นชวนชมมีอายุ 1-2 เดือน จึงแยกไปปลูกในกระถางเดี่ยวต่อไป


การผสมพันธุ์
ดอกชวนชมเป็นดอกสมบูรณ์เพศมีเกสรตัวผู้ และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน  แต่เกสรตัวผู้และตัวเมียมีระยะเวลาการสุกหรือแก่ไม่พร้อมกัน  เกสรตัวผู้จะฝ่อเร็วกว่า ดังนั้นการผสมเกสรจึงมักเกิดจากการผสมของเกสรตัวผู้ของดอกอื่น  การผสมพันธุ์ชวนชมเพื่อให้ได้พันธุ์ชวนชมพันธุ์ใหม่หรือลูกไม้ใหม่ที่มี ลักษณะแตกต่างไปจากต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มักเป็นการช่วยผสมเกสรโดย มนุษย์  การผสมเกสรมีหลักสำคัญคือ  ต้องคัดเลือกต้นพ่อแม่พันธุ์ที่มีทรงดอกสวย  สีสวย ดอกบานทน แข็งแรง   ต้นพ่อแม่พันธุ์ที่ดีจะทำให้มีโอกาสมากที่จะได้พันธุ์ลูกผสมที่ดี  เวลาที่เหมาะในการผสมเกสรคือช่วงเช้าเวลา 5.00-8.00 น. และช่วงเย็นเวลา 19.00-20.30 น.  เลือกดอกพ่อพันธุ์ที่บานแล้ว 2-3 วัน  ดึงระยางค์ทั้งห้าเส้นออกมาเบาๆ  จะเห็นเกสรตัวผู้เหมือนเม็ดทรายเล็กๆ สีเหลืองอมเขียวอยู่รวมกันเป็นกลุมภายในดอก  บีบโคนและคลึงเบาๆ ให้ส่วนโคนของระยางค์ที่หุ้มปิดเกสรตัวผู้เปิดออก  ใช้พู่กันขนาดเล็กที่สะอาดป้ายละอองเกสรตัวผู้ให้ติดปลายพู่กันขึ้นมาเบาๆ   เลือกดอกแม่พันธุ์ที่บานแล้ว 2-3 วัน  ดึงระยางค์ทั้งห้าเส้นออกจากดอกแม่พันธุ์  บีบบริเวณโคนกลีบดอกและคลึงเบาๆ ให้อับที่หุ้มเกสรตัวเมียเปิดออก  ถ้ามีละอองเกสรตัวผู้ของดอกแม่พันธุ์ติดอยู่ให้เขี่ยออกก่อน  แล้วใช้พู่กันที่มีละอองเกสรตัวผู้ของดอกพ่อพันธุ์ป้ายลงไปที่หลอดเกสรตัว เมียเบาๆ   ดอกชวนชมที่ได้รับการผสมแล้วจะติดฝัก 1 ดอกจะได้ 2 ฝักอยู่ติดกันคล้ายเขาควาย  เมื่ออายุมากขึ้นฝักจะเหยียดตรง  ระยะที่เริ่มติดฝักจนถึงเมล็ดแก่ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน  ในหนึ่งฝักจะมีเมล็ด 80-150 เมล็ด  เมล็ดจะมีขนเป็นปุยที่หัวและท้ายเมล็ด สามารถปลิวตามลมไปงอกในที่ไกลออกไปได้  ดังนั้นเมื่อฝักเริ่มแก่และเริ่มปริจึงควรเก็บเมล็ดไปเพาะก่อนที่เมล็ดจะ ปลิวไปหมด


ขอบคุณข้อมูล จาก Eazydo.com

ภาษิตจีนค่ะ



อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย
Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.

หัวใจสำคัญของการแก้อาการเมาค้าง



หัวใจสำคัญของการแก้อาการเมาค้าง คือการชดเชยน้ำให้ร่างกาย
ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนนอน
กลับจากงานสังสรรค์แล้ว ก่อนจะล้มตัวลงนอนก็หาน้ำเปล่าดื่มสัก 3 – 4 แก้วก่อนจะหลับ ตื่นเช้ามาคุณจะได้ไม่ปวดหัวมากนัก และถ้าโชคดี (หรือไม่ได้ดื่มหนักเกินไป) คุณจะไม่พบกับอาการเมาค้างในเช้าวันถัดมาค่ะ
ข้อแนะนำ : ระหว่างนั่งดริ๊งอยู่ ให้ดื่มน้ำเปล่าสลับกับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์บ้าง จะช่วยให้คุณไม่เมาง่ายและลดอาการเมาค้างได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
อย่าดื่มทั้งที่ท้องว่าง
เวลาดริ๊งหากับแกล้มอย่างอื่นทานคู่ไปด้วย (หรือทานอะไรให้ท้องอิ่มก่อนจะเริ่มดื่ม) จะเป็นถั่วทอด ของกรุบกรอบอะไรก็ได้ ใครที่กลัวอ้วนเราแนะนำว่าถ้าจะปล่อยผีทั้งที ก็อย่าทำทั้งๆ ที่ท้องว่างเลยค่ะ เพราะการดื่มตอนท้องว่างจะทำให้เมาง่าย ไม่เป็นผลดีกับกระเพาะของคุณ และจะทำให้คุณเมาค้างได้ง่ายขึ้น
 หญ้ารางจืด
วิธีนี้แก้ได้ชะงัดนัก ใครที่ตั้งใจมั่นว่าปีนี้ฉันจะต้องเมาแน่ๆ  แนะนำว่าไปหาซื้อมาเก็บไว้เลยค่ะ (ตามร้านยาสมุนไพรต่างๆ  ทั่วไป )
การใช้หญ้ารางจืดแก้เมาค้างก็มีทั้งเอาใบเคี้ยวกินสด ๆ  หรือถ้าจะให้กินง่ายหน่อยก็เอามาตำชงดื่มเป็นชาสมุนไพรก็ได้ อาจใส่น้ำผึ้งผสมสักหน่อยเพื่อให้กินง่ายขึ้นค่ะ
กาแฟดำ
ใช้กาแฟผงยี่ห้ออะไรก็ได้ชงกับน้ำร้อน ๆ  แล้วดื่ม (แต่อย่าใส่นมกับน้ำตาลเด็ดขาด ถ้าคุณไม่อยากอาเจียนมันออกมา) ดื่มแล้วอาการจะดีขึ้นได้ภายใน 10 – 15 นาที
ข้อควรระวัง : แม้คาเฟอีนจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่จริง ๆ  แล้วกาแฟจะทำให้คุณเกิดอาการสูญเสียน้ำของคุณแย่ลง ดังนั้นหากจะแก้อาการเมาค้างด้วยวิธีนี้ ควรดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ  ก่อนดื่มกาแฟเพื่อชดเชยอาการสูญเสียน้ำนะคะ
น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
น้ำผลไม้รสเปรี้ยวอะไรก็ได้เพื่อชดเชยวิตามิน C ให้กับร่างกาย และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ผลไม้ที่แนะนำคือมะนาวค่ะเพราะหาง่ายและมีวิตามินซีสูง หากใครไม่มีหรือลุกไปคั้นไม่ไหวก็ใช้น้ำผลไม้กล่องที่มีขายตามท้องตลาดแทนได้ (เพียงแต่รสหวานๆ อาจยังไม่เหมาะกับท้องไส้ของคุณตอนนั้น)
วิธีการคือคั้นน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น สัดส่วนตามชอบเพียงแต่แนะนำให้มีน้ำมะนาวเยอะหน่อยเพื่อร่างกายจะได้รับวิตามินซีให้มากที่สุด คุณจะดื่มน้ำมะนาวเพียวๆ ก็ได้ หรือจะเติมน้ำผึ้งสักหน่อยเพื่อรสชาติกลมกล่อมขึ้น และใครที่รู้สึกแสบคอตอนเช้าๆ (ซึ่งเป็นผลพวงจากการสูญเสียน้ำ) น้ำผึ้งก็จะช่วยคุณได้มากค่ะ
ทานอาหารอ่อนๆ
หลังจากที่ทำตามคำแนะนำเบื้องต้นจนอาการพอจะดีขึ้นบ้างแล้ว คุณควรหาอะไรใส่ท้องบ้างเพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลีย อาหารที่แนะนำก็ได้แก่โจ๊ก ข้าวต้ม หรือจะทานเป็นสมูตตี้ปั่นก็ได้ เพื่อให้ร่างกายคุณดูดซึมได้ง่ายขึ้นและไม่หนักหนาสาหัสเกิดท้องไส้ของคุณตอนนี้ หลายคนอาจจะรู้สึกไม่อยากอาหารเลย แต่ก็พยายามทานหน่อยนะคะ พอร่างกายเรามีแรงมากขึ้นแล้วจะรู้สึกดีขึ้นเอง
อาหารที่ไม่แนะนำคืออาหารหวาน ๆ  ไขมัน และอาหารจำพวกนม เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น
     นอกจากวิธีที่แนะนำมาทั้งหมดแล้ว การลุกขึ้นมารับแสงแดด สูดอากาศลึก ๆ  ก็จะช่วยคุณได้มาก (พยายามหน่อยนะ แม้ว่าตอนแรก ๆ  ที่คุณตื่นคุณอาจจะรู้สึกไม่อยากลุกจากเตียงไปตลอดชีวิตเลยก็เถอะ) พยายามชดเชยน้ำให้ร่างกาย ใครมียาเม็ดวิตามินซี หรือ multivitamin ก็ช่วยได้ค่ะ ส่วนใครที่ใช้วิธีการกินยาแก้เมาค้าง พาราเซตามอล หรือแอสไพริน ผู้เขียนก็แนะนำให้เก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจากทำวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล เพราะถึงยาเหล่านี้จะช่วยคุณได้ มันก็ไม่เป็นผลดีกับตับของคุณค่ะ
      ขอฝากเคล็ดลับไว้เท่านี้ และขอให้สาว ๆ  ฉลองกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ดื่มกันอย่างพอดีนะคะ
      สรุปเรื่องควรจำ!
·         ดื่มน้ำให้เยอะๆ เพื่อชดเชยอาการสูญเสียน้ำจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ซึ่งมีผลทำให้อาการเมาค้างแย่ลง
·         หาอะไรทานรองท้องตอนดื่มเหล้าเบียร์ อย่าดื่มทั้งที่ท้องว่าง
·         นอนพักให้เต็มที่ในวันถัดมา

ขอบคุณข้อมูลจาก ชุมชนผู้หญิงสุภาพดีค่ะ